วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553

ทายใจด้วยขนมอร่อย ๆ




ทายใจด้วยขนมอร่อย ๆ

หากพูดถึงขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ นั้น หลายคนคงตั้งบอกว่าน้ำลายแทบไหล ก็แน่หล่ะอร่อยขนาดนั้นใครจะห้ามใจไหว ก็เจ้าขนมนี่แหละตัวดี เพราะบอกถึงนิสัยของตนเราได้ดีนักแล ไม่เชื่อลองอ่านดูสิ!!

1. คุ้กกี้

คุณจะถูกผู้ชายที่มีสายตาเป็นอาวุธ มาทำให้หัวใจที่เเข็งเป็นครกหินของคุณ ทะลายลงเเละกลายเป็นอมยิ้มหวาน ๆ เพราะสายตาเขามีเเรงดึงดูดเหมือนฝังเเม่เหล็กไว้ในลูกตาดำเลย เเละคุณจะอดใจไม่ได้ที่จะมองตอบเขา

2. เค้ก

คุณเป็นโรคเเพ้ความดี เเละผู้ชายที่เข้ามาหาคุณจะก่อมลพิษรักในหัวใจคุณลามไปทั่วหัวใจ คุณจะถูกเอาใจใส่อย่างดิบดีเลยค่ะ อิจฉา ๆ

3. บัวลอยไข่หวาน

จะมีผู้ชายที่เป็นพวกลูกผู้ชายตัวจริงมาจีบคุณ โดยเขาจะมีภาพลักษณ์เป็นสุภาพบุรุษ ที่คอยชั่วเหลือ เด็ก คนชรา สาวมีครรภ์ประมาณนั้นเลย

4. ทรัฟเฟิล

จะมีผู้ชายที่เข้ามา ก็มาเเสดงความจำนงค์เลยว่า รักนะเด็กโง่ ทำให้คุณไม่ต้องเหนื่อยในการเดาใจเขาเลย

5. พุดดิ้ง

จะมีผู้ชายที่ไม่ค่อยจะอบอุ่นสักเท่าไหร่ หรืออาจจะดูอบอุ่นในสายตาคุณ มาคอยสรรหาสารพัดเเผนการมายั่วโมโหคุณ ยิ่งเห็นคุณหน้าบึ้งเป็นขนมบูดเเล้วล่ะก็ เสร็จเขาเลย เเต่วันไหนที่เขาไม่มาสนใจหรือเเกล้งคุณ คุณจะรู้สึงเหงา ๆ หวิว ๆ ในใจ

6. ลูกชุบ

เขาอยู่ดี ๆ ของเขาอยู่เเล้วไม่ได้ให้ท่าคุณเลย เเต่คุณดันไปลื่นไถลตกหลุมรักเขาเอง คุณก็เลยต้องมาสร้างเเผนการต่าง ๆ นานาให้เขามารักคุณ เฮ้อ..เอาเข้าไป



ที่มา http://horoscope.kapook.com/view16666.html

วันพุธที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2553

ริโก้ บอร์เดอร์ คอลลี่ ยอดสุนัขแสนรู้





ยอดสุนัขแสนรู้ (Dogazine)

หากพูดถึงสายพันธุ์สุนัขที่แลาดที่สุดในโลก ทุกคนคงสามารถตอบได้เป็นเสียงเดียวกันว่า "บอร์เดอร์ คอลลี่" แต่คงมีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่า สุนัขสายพันธุ์นี้ฉลาดกว่าที่เราคิดมากมายนัก

ริโก้ สุนัขพันธุ์บอร์เดอร์ คอลลี่ น่าจะฉลาดกว่าสุนัขตัวไหน ๆ เพราะมันสามารถเรียนรู้ภาษามนุษย์ และเข้าใจคำศัพท์ได้มากกว่า 250 คำ ในขณะที่สุนัขโดยทั่ว ๆ ไป จะเข้าใจคำสั่งต่าง ๆ ได้ไม่เกิน 20 คำเท่านั้น

ริโก้ เกิดเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ค.ศ.1994 เริ่มโด่งดังจากการศึกษาของจูเลียเน่ คามินสกี้ นักจิตวิทยาสัตว์ชื่อดัง ภายหลังเจ้าของริโก้รายงานกับเธอว่า ริโก้ สามารถจดจำคำศัพท์ได้มากกว่า 200 คำเลยทีเดียว ผลการศึกษาของจูเลียเน่บ่งบอกว่า เจ้าริโก้สามารถตอบรับคำสั่งได้ถูกต้องเฉลี่ยกว่า 37 ครั้ง จากจำนวนเต็ม 40 ครั้ง โดยริโก้ สามารถจดจำคำศัพท์ได้ราว 4 สัปดาห์ หลังจากการจดจำครั้งสุดท้ายของมัน

เจ้าของสุนัขแสนรู้ตัวนี้สอนคำศัพท์ให้มันผ่านตุ๊กตาทีละตัว อาทิ ไดโนเสาร์ ก็จะส่งตุ๊กตาให้มัน 1 ตัว ซานตาคลอส ก็ใช้ตุ๊กตาอีกตัว รวมไปถึงคำสั่งต่าง ๆ อีกด้วย ซึ่งมันก็จดจำได้อย่างแม่นยำ แม้จะมีตุ๊กตามากมายกว่า 250 ตัวแล้วก็ตาม ที่น่าทึ่งที่สุดก็คือ ริโก้ สามารถแยกแยะคำศัพท์ใหม่ได้ ถ้าเจ้าของวางตุ๊กตาใหม่รวมกับตุ๊กตาเก่าของมัน แล้วสั่งว่า "หยิบเบสบอลออกมาซิ" มันจะคาบตุ๊กตาตัวใหม่มาให้ทันที ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยรู้จักคำว่าเบสบอลมาก่อน แต่ใช้การเดาว่า นั่นคือสิ่งที่เจ้านายต้องการ เพราะตุ๊กตาตัวอื่นมีชื่อที่มันจำได้แล้วนั่นเอง

ปัจจุบัน แม้ ริโก้ จะอายุมากถึง 16 ปีแล้ว แต่มันยังคงเป็นขวัญใจของใครหลาย ๆ คนทั่วโลก จนถูกยกย่องให้เป็น "สุนัขที่ฉลาดที่สุดในโลก" ไปโดยปริยาย



ที่มา http://pet.kapook.com/view16393.html

วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2553

12 วิธีสร้างสุขเล็ก ๆ เพื่อสุขภาพ





12 วิธีสร้างสุขเล็ก ๆ เพื่อสุขภาพ (Health Plus)

แผนปฏิบัติเพื่อสุขภาพดีไม่ต้องยิ่งใหญ่อลังการ หรือยุ่งยากเสียจนคุณไม่มีเวลาหาความสุขให้ตัวเอง เพราะแค่เวลาเพียงเล็กน้อย ก็ทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีได้

การจะมีสุขภาพดีได้นั้น ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องหันหลังให้กับสิ่งที่คุณชอบ เพราะอันที่จริงแล้วการใช้ชีวิตให้สนุก เป็นแรงบวกที่ทำให้สุขภาพดีทั้งกายและใจ การให้ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ กับตัวเองสักวันละหนึ่งอย่างทุก ๆ วัน จะสร้างความพึงพอใจ คลายเครียด และช่วงเวลาแห่งความสุขนี้เองที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านการโรค จิตใจเบิกบาน ความเครียดหายไป และอื่นๆ เอาล่ะ...ถึงเวลาตามใจตัวเองกันแล้ว

1.เอร็ดอร่อยกับแกงกะหรี่อินเดีย

สุขกับค่ำคืนพร้อมอาหารอร่อย แนะให้เลือกแกงกะหรี่ที่อัดแน่นด้วยเครื่องเทศ ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งดีต่อสุขภาพร้อยเปอร์เซ็นต์ เริ่มตั้งแต่ขิง ช่วยรักษาอาการไขข้ออักเสบ กระเทียมช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ลูกซัค (fenugreek) ช่วยการทำงานของระบบย่อยอาหาร พริกช่วยให้อารมณ์ดี และอบเชยช่วยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสมดุล ซึ่งคุณประโยชน์ทั้งหมดนี้พบได้ในอาหารอินเดียจานเด็ดนี้

2.นวดหน้า

ไม่ว่าจะไปนวดหน้าที่ร้านเสริมสวย หรือลงมือนวดเองที่บ้าน การนวดหน้าเป็นวิธีช่วยผ่อนคลายที่ดี ทำให้ผิวเปล่งปลั่งมีสุขภาพดี "เมื่อคุณมีความสุข หน้าตาก็จะดูอิ่มเอิบ" บาร์ติ วาส กูรูความงามกล่าว การทาครีมและนวดหน้าเป็นประจำทุกวัน จะช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดี และช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาสดชื่นเปล่งปลั่ง



3.เติมความวาบหวาม ดินเนอร์ใต้แสงเทียนกับไวน์สักแก้ว

จะช่วยให้คุณอยู่ภายใต้อารมณ์แห่งรัก และถ้าเป็นไปได้ ให้ทำมากกว่านั้น "เมื่อถึงจุดสุดยอด เอนโดร์ฟินในสมองจะถูกหลั่งออกมา ซึ่งก็คือฮอร์โมนแห่งความสุข ที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและความเครียดหายไป" จูเลีย โคลที่ปรึกษาด้านความสัมพันธ์และผู้เชี่ยวชาญของ Health Plus กล่าว

4.แช่ตัวในอ่างอาบน้ำ

การแช่ตัวในน้ำอุ่น ช่วยผ่อนคลายความเครียดและบรรเทาอาการปวดเมื่อยอย่างได้ผล หรือจะเปลี่ยนจากการอาบน้ำธรรมดามาเป็นสปาเพื่อสุขภาพ ก็ไม่ยุ่งยากแต่อย่างใด เป็นการทำดีท็อกซ์โดยเติมเกลือ Epsom salts หนึ่งกำมือพูน ๆ ลงในอ่างอาบน้ำ ตามด้วยชาคาโมไมล์ 2 ถุง เพื่อไม่ให้ผิวแห้ง หรือจะเติมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ลงไปด้วยก็ได้ ก็จะช่วยให้หลับสบาย

5.กินช็อกโกแลต

ช็อกโกแลต เครื่องดื่มเพิ่มพลังงานที่ใช้ดื่มในงานพิธีของพวกแอซเทค (Aztecs) ช็อกโกแลตเป็นอาหารเช้าเพิ่มคุณค่าทางอาหารสำหรับชนชั้นสูงชาวอังกฤษ ในช่วงศตวรรษที่ 17 รสชาติของช็อกโกแลตสร้างความรู้สึกรื่นรมย์ มากเสียจนแม้แต่กลิ่นของมัน สามารถกระตุ้นให้ร่างกายสามารถสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวได้ภายใน 2 ชั่วโมงหลังจากนั้น ดังนั้นอย่ารู้สึกผิดที่นาน ๆ ทีกินช็อกโกแลต และถ้าไม่กลัวอ้วน เลสลี เคนตัน ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความงามแนะว่า "ให้เลือกทานช็อกโกแลตคุณภาพดี รสชาติเข้มข้น ทานแค่หนึ่งหรือสองอัน โดยไม่ต้องทานหมดทั้งกล่อง"



6.เที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ

คุณไปเที่ยวครั้งสุดท้ายเมื่อไร เตรียมข้าวของออกไปปิกนิกที่สวนสาธารณะกันดีกว่า หรือจะไปเที่ยวชานเมืองหรือเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ เลือกสถานที่ที่คุณชอบ การได้ละทิ้งภารกิจที่ต้องทำเป็นประจำชั่วคราว จะทำให้คุณรู้สึกสดชื่น "สามีและฉันเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ" เพนนี อีแวนส์ วัย 51 ปีกล่าว "บางครั้งเจอฝนตก เราสองคนก็จะวิ่งไปหลบฝนกันในร้านกาแฟ สั่งชาร้อนมาดื่ม แต่ก็ยังหัวเราะกันได้สนุก"

7.พบปะเพื่อนฝูง

มีการศึกษาวิจัยมากมายระบุว่า คนที่ชอบออกนอกบ้านไปพบปะสังสรรค์เพื่อนฝูง จะมีโอกาสน้อยที่จะเป็นหวัด มีอาการซึมเศร้า หรือขี้หลงขี้ลืมในยามชรา นี่อาจใช้เป็นข้ออ้างที่ดีในการออกไปเที่ยวกลางคืน หรือไปดื่มกาแฟกับเพื่อนฝูง



8.นวดตัว

การนวดช่วยให้ความดันโลหิตลดลง ทั้งยังคลายอาการปวดตึงกล้ามเนื้อ การนวดทำให้รู้สึกสบายผ่อนคลาย หลังคร่ำเคร่งกับภารกิจที่หนักอึ้งมาตลอดทั้งวัน ให้แฟนของคุณช่วยนวดคอและไหล่ด้วย น้ำมันหอมระเหย หรือจะใช้เครื่องนวดขนาดพกพานวดเท้าและมือ หรือจะไปนวดทั่วตัวที่สปาหรือร้านเสริมสวย

9.งีบหลับตอนบ่าย

"อย่านึกละอายใจที่จะแอบงีบหลับในตอนบ่าย" นีล สแตลีย์ ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการนอนหลับของมหาวิทยาลัยเซอร์เรย์กล่าว "คุณจำเป็นต้องนอนพักผ่อนหากรู้สึกอ่อนเพลีย และหากธรรมชาติของร่างกายต้องการการงีบหลับสั้น ๆ ในตอนบ่าย ก็ควรหาเวลานอนซะ"

10.พรมน้ำหอม

กลิ่นหอมช่วยสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจ การฉีดพรมน้ำหอมกลิ่นที่คุณชื่นชอบจะทำให้คุณมีความสุขตลอดวัน ประสาทรับกลิ่นมีพลังมากพอ ที่จะสามารถเรียกความทรงจำเก่าก่อนให้กลับคืนมา ได้มากกว่าประสาทสัมผัสอื่น ๆ ดังนั้นอย่าลืมพรมน้ำหอมในโอกาสแห่งความสุขของคุณ



11.ยกเท้าขึ้น

เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว จำเป็นต้องพักผ่อนเสียบ้าง ให้นอนราบบนโซฟา ยกเท้าให้สูงขึ้นโดยวางบนม้านั่งเล็ก ๆ เพื่อคลายความเมื่อล้าของเท้า การวางเท้าให้สูงไม่เพียงช่วยให้เลือดไหลเวียนดี เท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันการเป็นโรคเส้นเลือดขอดและลดอาการบวมของข้อเท้า

12.ส่งของขวัญให้ตัวเอง

ง่าย ๆ ค่ะ มอบความสุขทั้งกายและใจด้วยการสมัครเป็นสมาชิกนิตยสารดี ๆ สักเล่ม แล้วคุณจะได้รับสาระดี ๆ ส่งตรงให้ตัวเองทุก ๆ เดือนเลยทีเดียว




ที่มา http://health.kapook.com/view16595.html

วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553

สาธารณสุขประกาศ คอนแทคเลนส์ต้องมีฉลาก



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

รมว.สาธารณสุข ลงนามประกาศควบคุมมาตรฐานคอนแทคเลนส์ ให้มีฉลากเตือนและข้อห้ามใช้เป็นภาษาไทยอย่างชัดเจน

นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า คอนแทคเลนส์ที่ฮิตในหมู่วัยรุ่น ทำให้เกิดปัญหาการเสี่ยงอันตรายต่อตา หากใช้ไม่ถูกวิธี ดังนั้นเมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จึงได้มีการลงนามควบคุมมาตรฐานคอนแทคเลนส์ เพื่อควบคุมความปลอดภัยขึ้น

โดยการลงนามในครั้งนี้ เป็นการกำหนดให้คอนแทคเลนส์ เป็นเครื่องมือแพทย์ และต้องมีลักษณะดังนี้

1. มีใบอนุญาตในการนำเข้าจากสำนักกรรมการอาหารและยา (อ.ย.)

2. ให้มีการติดฉลากบนกล่องหรือภาชนะที่บรรจุ และมีข้อความภาษาไทยที่อ่านได้ชัดเจน โดยหากมีภาษาอื่นอยู่ด้วยความหมายจะต้องตรงกัน

3. บังคับให้บอกชื่อคอนแทคเลนส์

4. วัสดุที่ใช้

5. คุณสมบัติของเลนส์

6. กำลังหักเห

7. รัศมีความโค้ง

8. สารละลายที่ใช้แช่เลนส์

9. ระยะเวลาการใช้งาน เดือนปีที่หมดอายุ

10. เลขที่ใบอนุญาต

11. ชื่อและสถานที่ตั้งของผู้ผลิตและผู้นำเข้า

12. แสดงต้นตอผู้ผลิตจากต่างประเทศ

13. ระบุชนิดเลนส์ให้ชัดเจนด้วยตัวอักษรสีแดง ว่าเป็นเลนส์ชนิดใด ใส่ครั้งเดียวทิ้ง หรือแบบรายเดือน รายปี

14. มีข้อความว่า โปรดอ่านเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ก่อนใช้

15. และมีข้อความว่า การใช้คอนแทคเลนส์ ควรได้รับการสั่งใช้และตรวจติดตามทุกปีโดยจักษุแพทย์หรือผู้ประกอบโรคศิลปะ

ทั้งนี้ได้มีการประกาศให้พิมพ์คำเตือนในการใช้งานดังนี้

1. ห้ามใส่คอนแทคเลนส์นานเกินระยะเวลาที่กำหนด

2. ห้ามใช้ร่วมกับบุคคลอื่น

3. ห้ามใส่คอนแทคเลนส์ทุกชนิดเวลานอน ถึงแม้ว่าจะเป็นชนิดใส่นอนได้ก็ตาม

นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องใส่ข้อความควรระวัง ดังนี้

-ผู้ที่มีสภาวะของดวงตาผิดปกติเช่นเป็นต้อเนื้อ ต้อลม ตาแดง กระจกตาไวต่อความรู้สึกลดลง ตาแห้ง หรือกระพริบตาไม่เต็มที่ ไม่ควรใช้คอนแทคเลนส์

- ให้ใช้น้ำยาล้างเลนส์ของใหม่ และเปลี่ยนน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้งที่แช่เลนส์

- ควรเปลี่ยนตลับใส่คอนแทคเลนส์ทุก 3 เดือน

- ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์ขณะว่ายน้ำ

- ต้องล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดทุกครั้งก่อนสัมผัสเลนส์

- หากมีอาการผิดปกติ แช่น เจ็บ หรือ ปวดตาอย่างมาก แพ้แสง ตามัว น้ำตาไหลมาก และ ตาแดง ให้หยุดใช้คอนแทคเลนส์ทันที และรีบพบจักษุแพทย์โดยเร็ว

อย่างไรก็ตามประกาศดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ นับตั้งแต่ถัดจากวันประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป และผู้ผลิตหรือนำเข้าคอนแทคเลนส์ต้องดำเนินการให้ถูกต้องภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันบังคับใช้ โดยจะอนุญาตให้ใช้ฉลากเก่าได้ 180 วัน




ที่มา http://health.kapook.com/view16544.html

วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553

วัยรุ่นไทย แชมป์ฮัลโหลเอเชีย-โซเชียลเน็ตเวิร์ก




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ผลสำรวจพบวัยรุ่นไทย มีมือถือและใช้พูดคุยเฉลี่ยต่อวันมากเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย และยังใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กมากที่สุดด้วย

บริษัท ซินโนเวท ประเทศไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยระดับโลก เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของวัยรุ่น อายุ 8-24 ปี ในภูมิภาคเอเชีย จำนวน 12,302 คน จาก 11 ประเทศ ประกอบด้วย จีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลี มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน และไทย พบว่า วัยรุ่นไทยมีโทรศัพท์มือถือเป็นของตัวเองและพูดคุยผ่านโทรศัพท์มือถือ มากเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย โดยมีอัตราการพูดคุยโทรศัพท์มือถือเฉลี่ยอยู่ที่ 1.7 ชั่วโมงต่อวัน

ผลการสำรวจ ระบุด้วยว่า วัยรุ่นไทยใช้บริการต่าง ๆ จากโทรศัพท์มือถือมากเป็นอันดับต้น ๆ ของภูมิภาคเอเชีย โดยใช้ไปกับการฟังเพลง 67% ฟังวิทยุ 47% ใช้ถ่ายรูป 65% และ 1 ใน 3 ใช้ไปกับการบันทึกวิดีโอ 32%

นอกจากนี้ ยังพบว่าวัยรุ่นไทยใช้โทรศัพท์มือถือสื่อสารหลักกับ ครอบครัว เพื่อนสนิท และใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กติดต่อกับผู้คนในวงกว้างมากที่สุด จนเป็นที่ 1 ในระดับภูมิภาค เห็นได้จากการที่วัยรุ่นไทยมีเพื่อนในโซเชียลเน็ตเวิร์กเฉลี่ย 211 คน สูงกว่าวัยรุ่นในภูมิภาคเอเชีย ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 140 คนเท่านั้น



ที่มา http://hilight.kapook.com/view/51742

วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553





ท่องเที่ยวทุ่งทานตะวัน ลพบุรี สระบุรี

ทศกาลทุ่งทานตะวันบาน เป็นชื่อเรียกเทศกาลรวมๆ ในการจัดชมดอกทานตะวันในบริเวณภาคกลางของประเทศไทย จะจัดขึ้นโดยจะมีในช่วงเดือนตุลาคม - เมษายน ของทุกปี โดยมีพื้นที่ปลูกใน อำเภอพัฒนานิคม บางส่วนของอำเภอเมืองลพบุรี รวมทั้งบริเวณโดยรอบเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และรวมถึงพื้นที่ติดต่อกันในจังหวัดสระบุรีอีกด้วย

การเยี่ยมชมทุ่งทานตะวันบาน สามารถเดินทางมาได้หลายเส้นทาง โดยทางถนนให้เดินทางมาตามถนนพหลโยธิน ก่อนเข้าเมืองลพบุรี 5 กิโลเมตร ให้เลี้ยวขวา เข้าเส้นทางไป อำเภอพัฒนานิคม (ตามทางหลวงหมายเลย 3017) มุ่งหน้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ หรือเส้นทางที่สอง เดินทางตามถนนพหลโยธิน มาถึงสามแยกพุแค ให้ไปทางจังหวัดเพชรบูรณ์ (ตามทางหลวงหมายเลข 21) มุ่งหน้าสู่อำเภอพัฒนานิคมเช่นกัน ซึ่งทั้งสองเส้นทางนี้ในช่วงที่มีเทศกาลทุ่งทานตะวันบาน จะมีทิวทัศน์สองข้างทางที่สวยงามมาก ท่านสามารถเยี่ยมชม ถ่ายภาพ ในทุ่งทานตะวันได้ โดยอาจเสียค่าเยี่ยมชมเล็กน้อย รวมทั้งยังสามารถซื้อของฝาก เช่นน้ำผึ้ง หรือผลิตภัณฑ์จากดอกทานตะวันได้อีกด้วย


ที่มา http://iam.hunsa.com/nooeark/article/28479

วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553

5 กฎเหล็กหยุดกินจุบจิบ






5 กฎเหล็กหยุดกินจุบจิบ (Woman Plus)
เรื่อง : Opal

สาวคนไหนที่ตั้งปฏิญาณไว้ว่า "ปีนี้ฉันจะเลิกอ้วน" แล้วยังทำไม่ได้สักที ยกมือขึ้น! นั่นเป็นเพราะคุณยังหยิบของกินตามใจปากกันอยู่หรือเปล่า? หรือยังติดนิสัยกินจุบจิบจนเลิกไม่ได้?

WP ขอเสนอ "กฎเหล็ก 5 ข้อ" ที่จะช่วยให้คุณสาว ๆ ไม่มีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นอีกต่อไป

1. กินอาหาร

อันดับแรกคุณสาว ๆ ต้องเปลี่ยนทัศนคติการอดอาหาร แล้วกินขนมแทนข้าว เพราะนั่นจะทำให้คุณมี น้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้นซะยิ่งกว่าการกินข้าว 1 จานเสียอีก ฉะนั้นต้องกินอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ ที่สำคัญ ให้เน้นเป็นอาหารเมนูสุขภาพ เพื่อประโยชน์ที่ดีกับร่างกาย

2. เลือกเครื่องดื่มแทนขนม

เมื่อรู้สึกอยากกินขนมขึ้นมา ให้คุณรีบตรงดิ่งไปในครัว แล้วหยิบใบชาสมุนไพรมาชงกินแทน นอกจากจะช่วยให้คุณลดความอยากกินได้แล้ว ชาสมุนไพรยังเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ เพราะไม่มีสารคาเฟอีน แต่ถ้าอยากเพิ่มรสชาติให้อร่อยมากขึ้น แนะนำให้ใส่น้ำผึ้งแทนน้ำตาลจะดีที่สุด

3. งานอดิเรก

สำหรับสาวคนไหนที่อยู่ว่าง อยู่เฉยเป็นไม่ได้ ต้องหยิบคว้าขนมเข้าปากอยู่เรื่อย WP ขอแนะนำให้คุณหากิจกรรมที่ทำให้มือของคุณไม่อยู่เฉย อย่างเช่น การถักนิตติ้ง หรือถักโครเชต์ เพราะนอกจากจะทำให้คุณมีงานอดิเรก ยังช่วยเพิ่มเสน่ห์ความน่ารักให้ตัวคุณเองอีกด้วย

4. ออกห่างทีวี

เพราะการนั่งหน้าจอทีวีนี่แหละที่ทำให้คุณรู้สึกว่า ต้องทำอะไรสักอย่างนอกเหนือจากนั่งดูเพียงอย่างเดียว ซึ่งคำตอบสุดท้ายก็มักจะลงเอยด้วยการเดินไปตู้เย็น หรือเข้าไปในครัว แล้วควานหาของกินมานั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ จากนั้นมือก็จะเริ่มหยิบของกินเข้าปากอย่างไม่ทันระวัง พร้อมกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

5. แปรงฟัน

เชื่อหรือไม่ว่า การแปรงฟันหลังกินอาหารเสร็จเรียบร้อยทุกมื้อ จะช่วยให้คุณสาว ๆ มีความอยากกินอาหารว่างน้อยลง นับเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยทำให้สุขภาพปากดีด้วย


ที่มา http://health.kapook.com/view16398.html